รู้ตัวในวันที่เกือบจะสายเกินไป

ห่างหายจากการอัพเดตไดอารี่มานานมากกก

เหตุผลก็คือ ขี้เกียจลง window บน macbook (ฟังขึ้นมั้ยเนี่ยะ)

สาเหตุหลักที่อัพไดวันนี้ก็คือ...

พอดีเมื่อคืนได้มีโอกาสดู AF แล้วเค้าเอาคุณแม่ของนักล่าฝันเข้ามาในบ้าน

โดยคุณแม่ของแต่ละคนเป็นคนเลือกเพลงให้นักล่าฝันร้อง

อุ้มก็เลยคิดถึงแม่ของอุ้ม.....

 

รู้ตัวในวันที่เกือบจะสายเกินไป

อุ้มสนิทกับแม่มากๆ อาจจะเป็นเพราะลูกคนเดียวด้วยมั้ง มันเลยเหมือนมีกันสองคน

แต่บางทีก็รำคาญแม่เหมือนกัน อะไรก็ไม่รู้ยุ่งไปหมดเลย จะไปไหนกับใคร

ทำอะไรที่ไหนยังไง แม่ก็ต้องไปด้วย

เข้าใจนะว่าแม่รักเรา เราก็รักแม่ แต่ก็อย่างอยู่คนเดียวมั่งอ่ะ

ดังนั้น ความต้องการของอุ้มตั้งแต่เด็กก็คือ การได้อิสระ

ตอนนั้นทางเดียวที่จะปลอดแม่ได้ก็คือ

การไปเรียนเมืองนอก

พอจบ grade 12 ปุ๊ป ดิช้านก็เก็บกระเป๋า บ๊าย บายแม่ปั๊ป

ดีใจวุ้ย ได้เป็นไทแล้วกรู ตอนไปนี้จะได้เป็นแสง สี เสียงกับเค้ามั่ง

แต่ที่ไหนได้ พอเครื่องบินแตะฮาวายปุ๊ป โอยย คิดถึงแม่โว้ยยยย อยากกลับบ้าน

อารมณ์เปลียนเร็วมากๆ ตอนนั้นจำได้ว่า โทรหาแม่วันละสามครั้งหลังอาหาร

แล้วทุกครั้งที่ปิดเทอม อุ้มก็จะกลับบ้านหาแม่

จนมาวันนึง ก็กลับเมืองไทยตามปกติ แต่ที่ผิดปกติคือทำไมแม่โทรมๆ

ก็คิดว่าคงโทรมเฉยๆไม่มีอะไรมาก

แล้วก็หงุดหงิดๆๆๆ จนมีวันนึงแม่บอกว่า แม่มีก้อนเนื้อที่หน้าอก

รู้ตัวมาได้ซักพักแระ แต่ยังไม่ไปตรวจ

เพราะห่วงว่า

"ถ้าเป็นอะไรมาก ต้องใช้เงินเยอะ แล้วอุ้มยังอยู่เมืองนอก

แม่กลัวว่าจะไม่มีปัญญาส่งเรียนต่อ"

แต่สุดท้ายเราก็ไปตรวจกัน วันที่ไปหาหมออุ้มก็ไปด้วยนะ

ตอนที่หมอบอกว่าให้แม่เตรียมผ่าตัดเล็ก

อุ้มก็ยังรู้สึกเฉยๆ เหมือนเป็นโรคความรู้สึกช้า จนผ่าตัดเล็กเสร็จ

หมอบอกว่าต้องตัดเต้านมทิ้งนะ

ตอนนั้นก็เริ่มรู้สึกว่าสงสารแม่เฉยๆ แต่ในใจก็คิดว่าคงไม่เป็นอะไรหรอก

จนถึงวันผ่าตัดใหญ่....วันนั้นรู้สึกว่าสงสารแม่เฉยๆ แต่ยังไม่ได้กลัวอะไรเลย

ตอนแรกหมอนัดผ่าตัดเช้า แต่เอาเข้าจริงเที่ยงเค้าก็ยังไม่ได้เอาแม่ไปผ่าตัด

จนแม่บอกว่า ให้อุ้มไปร้านก่อนแล้วค่อยกลับมา อุ้มก็เลยขับรถออกมา

แต่มาได้ซักครึ่งทางก็เปลี่ยนใจ กลับไปหาแม่ดีกว่า ตอนนั้นรู้สึกกลัวแล้ว

กลัวแม่ตาย ถ้าแม่ตายแล้วจะทำไง

กลับมาถึงโรงบาล เค้ามาเอาแม่ไปแล้ว พยาบาลบอกว่าพึ่งไปเมื่อตะกี้เอง

อุ้มก็เลยรีบวิ่งตามไป ไปเจอแม่อีกทีเค้ากำลังจะเข็นเข้าห้อง

อุ้มเลยรีบวิ่งตามแล้วก็ตะโกนว่า

"แม่ห้ามตายเด็ดขาด เด๊วไม่มีคนหาข้าวให้กิน"

แม่ยังอารมณ์ดีบอกว่า "โอเคๆ แม่ไม่ตาย"

แล้วเค้าก็เอาแม่เข้าไป

ตอนที่รอนั้น เวลามันผ่านไปช้าจัง ไปร้านก็แล้ว ไปห้างก็แล้ว แม่ก็ยังไม่เสร็จ

จนเย็นไปกินข้าวกลับมา เค้าพาแม่มาแล้ว

แม่ตัวเย็นมากกกกก เหมือนคนตายเลย ปลุกยังไงก็ไม่ตื่น แม่ตัวซีดเหมือนันไม่มีเลือด

ตอนนั้นถึงได้รู้ว่า เรารักแม่มากแค่ไหน รักมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

ถ้าแม่ไม่อยู่ แล้วเราจะทำไงต่อไปฟุ้งซ่านมากๆ กลัวไปหมด

อยู่ต่อได้แป๊ปนึง พยาบาลบอกว่าให้กลับบ้านเถอะ ยังไงแม่ก็ไม่ฟื้นคืนนี้

รู้ตัวในวันที่เกือบจะสายเกินไป

พอเช้าปุ๊ป อุ้มก็รีบมาตั้งแต่ไก่โห่เลย

มาถึงแม่ตื่นแล้ว กำลังดูทีวีอยู่ แม่ถามว่า "หิวมั้ย กินอะไรมายัง"

โหยย แม่จ๋า ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย แล้วมาถามช้าน.....

วินาทีนั้น อุ้มจะไม่ไปไหนแล้ว เวลาคนเร็วมันสั้นมาก จะอยู่ที่นี่แหละ

คนเราทุกคน ท้ายที่สุดก็มีแต่คนในครอบครัว จากแม่พ่อ พี่น้อง แค่นั้น

คนที่เรามักจะให้ความสำคัญก่อนครอบครัวนั้น

ท้ายที่สุดตอนที่เรามีปัญหา เรากับหาคนที่เราเรียกว่าเพื่อน มักจะหามันไม่เจอ

.....................................................................................................................................................................

ที่ตัดสินใจเขียนเรื่องนี้วันนี้ก็เพราะว่า

คนเราส่วนมาก ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา

อุ้มยังโชคดีที่ยังไม่เห็นโลงศพ ยังมีโอกาสได้แก้ตัว

ต่อจากนี้ อุ้มพยายามที่จะทำน่าที่ของลูกให้ดีที่สุด ก่อนที่จะมีลูกเป็นของตัวเอง

รักแม่ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

รู้ตัวในวันที่เกือบจะสายเกินไป

โรคนี้เราเชื่อเค้าไม่ได้ เค้าสามารถจะมาพรากคนที่รักเราได้เสมอๆ

คุณนายแม่ค๊าาา อุ้มรักแม่ค่าาาา

แม่เปรียบเหมือนทุกๆอย่าง ตั้งแต่พี่เลี้ยงยัน ATM

รักแม่มากที่สุดในโลกกกกกก

 

รู้ตัวในวันที่เกือบจะสายเกินไป

 

     Share

<< Looking Back 2009 >>

Posted on Mon 10 Aug 2009 16:33

 

 
  
 






สิ่งเล็กๆที่เรียกว่าเนื้องอกภาค 2
ประสพการณ์ผ่าตัดตอนวันขึ้นเขียง
ประสพการณ์ผ่าตัดเนื้องอกเยื้อหุ้มสมองและไขกระดูกสันหลัง ตอนที่ 2
ประสพการณ์ผ่าตัดเนื้องอกเยื้อหุ้มสมองและกระดูกสันหลัง ตอนที่ 1
เมื่อเค้าบอกว่า ข้าพเจ้าเป็น เนื้องอกเยื้อหุ้มสมองและไขกระดูกสันหลัง
Looking Back 2009
รู้ตัวในวันที่เกือบจะสายเกินไป



Comments

How could any of this be better stated? It coudln't.
Nava   
Mon 20 May 2013 7:29 [4]
 

I have exactly what info I want. Check, please. Wait, it's free? Awesmoe!
Krzysztof   
Sun 19 May 2013 21:24 [3]
 

Do you have more great aritecls like this one?
Bella   
Sun 19 May 2013 21:24 [2]
 

I read your post and whised I was good enough to write it
Lola   
Sun 19 May 2013 20:14 [1]
 




Post Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn