ประสพการณ์ผ่าตัดเนื้องอกเยื้อหุ้มสมองและไขกระดูกสันหลัง ตอนที่ 2

วันที่ 16 สิงหาคม 2553

วันนี้ตื่นซะเช้ากว่าปกติ คุณหมอจะเข้าโประมาณ 9 โมง รีบไปรงพยาบาลด้วยใจระทึก

ไปถึงปุ๊ปได้คิวเลย พอหมอเจอหน้า หมอบอกกระดูกก็ปกติดีนี่ ไม่เห็นมีอะไร

อุ้มเลยบอกว่าคุณหมอรังสีเจอบางอย่างขอฉีดสี คุณหมอเลยหาๆ แล้วก็เจอก้อนเนื้อก้อนเล็กๆจริงๆด้วย

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่อุ้มได้ยินคำว่า Menigioma

หมอบอกว่าต้องผ่าออก ใช้เวลาประมาณ 3-5 ชั่วโมง

แล้วหมอก็บอกต่อว่าจะผ่าบ่ายนี้เลยมั้ย

อู๊ยยย แม่จ้าววว บ่ายนี้!!! ข้าพเจ้าจะช๊อคคาห้องหมอ

เลยบอกหมอว่า ขอเวลาตั้งสติก่อน แล้วยังไงจะโทรนัด

ด้วยควาโชคดีขออุ้มเอง พี่โจมีเพื่อนที่คุณพ่อเค้าเป็นคุณหมอผ่าตัดสมอง

ซึ่งโรคอุ้มต้องใช้คุณหมอด้านนี้ เลยรีบโทรถาม

คุณพ่อของเพื่อนก็ได้แนะนำคุณหมอมาสองท่าน ท่านนึงที่โรงพยาบาลกรุงเทพ

อุ้มเลยรีบบึ่งรถไป ตลอดทาง อุ้มก็เป่าปี่ไม่หยุด ตาปูดยังกะลูกมะนาว

คุณหมอท่านนี้ก็ยืนยันอีกว่าต้องผ่า แต่ไม่ “emergency”

เอาแล้วไง ถ้าคุณหมอท่านนี้บอกผ่าก็ต้องผ่าแล้วหล่ะ ทำไงได้ แต่ก็ยังทำใจไม่ได้

อาทิตย์หน้าก็จะวันเกิดอุ้มแล้ว เลยคิดว่าขอไปไหว้พระที่เชียงใหม่ก่อน กลับมาค่อยว่ากัน

แล้วการเดินทางไหว้พระก็เริ่มต้นขึ้น

........................................................................................................

วันที่ 21-24 สิงหาคม 2553

ไปเชียงใหม่คราวนี้ไหว้พระเยอะมาก ไปแบบทุกข์สุดๆจริงๆ

ทุกครั้งที่ไหว้พระ คำขอพรก็จะเหมือนเดิมทุกวัด และก็มีความหวังลมๆแล้งๆว่า เนื้อมันอาจจะยุบ T_T

ประสพการณ์ผ่าตัดเนื้องอกเยื้อหุ้มสมองและไขกระดูกสันหลัง ตอนที่ 2

หน้าตานี่ไม่แต่งเลย ไม่มีอารมณ์ เป็นช่วงเวลาโทรมได้โล่ห์ก็ว่าได้

อุ้มเพิ่งเข้าใจว่า คนที่ทุกข์แล้วไปพึ่งศาสนาเนี่ยะ เค้ารู้สึกยังไง มันเหมือนกับว่า

มันคือที่พึ่งสุดท้ายจริงๆ

เพราะขนาดชีวิตเราเองเรายังกำหนดอะไรไม่ได้เลย

ประสพการณ์ผ่าตัดเนื้องอกเยื้อหุ้มสมองและไขกระดูกสันหลัง ตอนที่ 2

ทุกครั้งที่อุ้มไหว้พระ อุ้มร้องขอถึง โอกาสที่สอง ของชีวิต

โอกาสที่สองก็คือ ขอให้เนื้องอกมันเป็นเนื้องอกเฉยๆไม่ใช่มะเร็งนั่นเอง

วัดสุดท้ายที่อุ้มไปคือวัด ศรีสุบรรณ ซึ่งอุ้มก็ได้มีโอกาสได้คุยกับพระรูปนึงท่านบอกว่า

“ คนเราทุกคนมีเกิดแก่เจ็บตาย แต่ถ้ายังไม่แก่ ยังไม่ตาย ก็ต้องมีเจ็บ”

ทุกวันนี้คำพูดของท่านยังดังอยู่ในหัวอุ้มอยู่เลย แล้วท่านก็ให้พระพุทธปฎิหารย์มา สององค์

เพื่ออาจจะได้มีปฐิหารย์กับอุ้มมั่ง

แต่สุดท้ายปฎิหารย์ก็ไม่มีจริง

ประสพการณ์ผ่าตัดเนื้องอกเยื้อหุ้มสมองและไขกระดูกสันหลัง ตอนที่ 2

..............................................................................................................

วันที่ 3 กันยายน 2553

วันนี้นัด MRI อีกรอบที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่อเตรียมตัวผ่าตัด

อุ้มรอลุ้นผลด้วยใจระทึก แต่สุดท้ายเนื้องอกนั้นก็ยังอยู่ T_T

หมอก็เริ่มอภิบายถึงระยะเวลาและวีธีการผ่าตัด การพักฟื้น แล้วก็อะไรต่อหลายอย่าง

แต่ตอนนั้นจำไม่ได้เลย มันเบลอๆ เอ๋อๆ

แล้วหมอก็บอกว่า ถ้าจะนัดผ่าก็นัดได้เลย คุณหมอจะผ่าทุกวันเสาร์

หลังจากนั้นก็อุ้มก็เริ่ม ค้นหาคุณหมอเพิ่มเติม

เนื่องจากฐานะร่ำรวยอย่างเรา ผ่าที่นั่นพ่อแม่คงต้องขายนา ฮ่าๆ

สุดท้ายอุ้มก็ไปพบคุณหมอท่านนึงที่โรงพยาบาล สมิติเวช

เลยทำการนัดเพื่อเข้าไปรับคำปรึกษา

................................................................................................

วันพุธ ที่ 8 กันยายน 2553

เป็นครั้งแรกที่พบคุณหมอ จเร ผลประเสริฐ

คุณหมออาจจะดูแก่และเก๋าไปหน่อย แต่ด้วยความที่แก่พูดเรื่องที่ง่ายสำหรับแก

ให้ดูไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับ เลยมีความรู้สึกว่าผ่ากับคุณหมอท่านนี้ก็ดีเหมือนกัน

แต่ด้วย mri ไม่ค่อยชัด เลยนัดเข้ามีอีกทีวันเสาร์

...............................................................................

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน 2553

พบคุณหมอเป็นครั้งที่สอง คราวนี้ MRI ชัดแจ่มแจ๋ว

คุณหมอยืนยัน นั่งยันว่าต้องเอาออกๆๆ เอาวะ! อะไรจะเกิดก็เกิด

เลยเริ่มจัดการวางแผนนัดผ่าได้....

 

 

 

     Share

<< ประสพการณ์ผ่าตัดเนื้องอกเยื้อหุ้มสมองและกระดูกสันหลัง ตอนที่ 1ประสพการณ์ผ่าตัดตอนวันขึ้นเขียง >>

Posted on Wed 29 Sep 2010 18:26

 

 
  
 






สิ่งเล็กๆที่เรียกว่าเนื้องอกภาค 2
ประสพการณ์ผ่าตัดตอนวันขึ้นเขียง
ประสพการณ์ผ่าตัดเนื้องอกเยื้อหุ้มสมองและไขกระดูกสันหลัง ตอนที่ 2
ประสพการณ์ผ่าตัดเนื้องอกเยื้อหุ้มสมองและกระดูกสันหลัง ตอนที่ 1
เมื่อเค้าบอกว่า ข้าพเจ้าเป็น เนื้องอกเยื้อหุ้มสมองและไขกระดูกสันหลัง
Looking Back 2009
รู้ตัวในวันที่เกือบจะสายเกินไป



Comments




Post Comment

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn